หลังคาเมทัลชีทต้องลาดชันกี่องศา ถึงจะไม่รั่วและน้ำไหลดี

เมทัลชีทเป็นวัสดุมุงหลังคาที่ทำความลาดชันได้ต่ำกว่ากระเบื้องมาก จึงนิยมใช้กับหลังคาทรงเพิงแหงน โรงรถ และโกดัง แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะแบนราบได้ หลังคาที่ลาดชันน้อยเกินไปคือสาเหตุอันดับต้น ๆ ของน้ำย้อนและรั่วซึมตามรอยต่อ
ความลาดชันขั้นต่ำที่แนะนำ
| ประเภทหลังคาความลาดชันที่แนะนำ | |
| เมทัลชีทลอนมาตรฐาน (ยึดสกรู) | ไม่น้อยกว่าประมาณ 5 องศา |
| เมทัลชีทมีรอยต่อทับซ้อนตามความยาว | ควรมากกว่า 5 องศา และเพิ่มระยะทับซ้อน |
| ลอนสแนปล็อค (ไม่เจาะสกรูทะลุแผ่น) | ทำได้ต่ำกว่า ตามคำแนะนำของผู้ผลิต |
| กระเบื้องคอนกรีต (เพื่อเปรียบเทียบ) | ประมาณ 17–30 องศาขึ้นไป |
ตัวเลขข้างต้นเป็นแนวทางทั่วไป งานจริงควรพิจารณาความยาวหลังคา ลักษณะลอน และทิศทางลมฝนร่วมด้วย
ทำไมหลังคายาวต้องชันขึ้น
หลังคาที่ยาวจากสันลงชายคามาก ๆ จะรับน้ำฝนสะสมไหลลงมาในร่องลอนมากขึ้น หากชันน้อย น้ำจะไหลช้า ล้นสันลอน หรือถูกลมตีย้อนเข้ารอยต่อ ยิ่งช่วงพายุฤดูร้อนที่ฝนตกหนักพร้อมลมแรง ปัญหาจะเห็นชัด
คำนวณความลาดชันแบบง่าย
ใช้สูตร ความสูงที่ยก ÷ ระยะราบ เช่น หลังคายาว 6 เมตร ยกสูง 0.55 เมตร จะได้ความชันประมาณ 9% หรือราว 5 องศา
- 5 องศา ≈ ยกสูง 8.7 ซม. ต่อระยะราบ 1 เมตร
- 10 องศา ≈ ยกสูง 17.6 ซม. ต่อระยะราบ 1 เมตร
- 15 องศา ≈ ยกสูง 26.8 ซม. ต่อระยะราบ 1 เมตร
ถ้าหลังคาเดิมชันน้อย แก้อย่างไร
- ใช้แผ่นยาวต่อเนื่องจากสันถึงชายคา ลดรอยต่อตามความยาว
- ติดตั้งแผ่นปิดปลายลอนและครอบสันให้แน่น กันน้ำย้อน
- เปลี่ยนเป็นลอนสแนปล็อคที่ไม่มีรูสกรูบนแผ่น
- ปรับโครงหลังคาเพิ่มความชัน หากโครงสร้างเดิมทำได้
ถ้าไม่แน่ใจว่าหลังคาของคุณชันพอหรือไม่ ทีมงานสามารถเข้าไปวัดหน้างานและแนะนำลอนที่เหมาะสมให้ได้
